ภาคเหนือ

รีวิว วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ท่องเที่ยว 2020

หากจะพูดถึงจังหวัดเชียงใหม่ มีหลายสถานที่ให้เราได้ท่องเที่ยวกัน  วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้คนแต่ละปีหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นวัดเก่าแก่ มากกว่า 600 ปีมาแล้ว เป็นวัดคู่บ้าน คู่เมืองของคนที่นี่ นักท่องเที่วต่างหลังไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก เชื่อกันว่า ถ้าหากใครได้มาเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ จะไม่ลืมสถานที่เที่ยวแห่งนี้อย่างแน่นอน

วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เรียกอีกอย่างว่า วัดโชติการาม

วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร หรือจะเรียกอีกชื่อ ว่า วัดโชติการาม ที่แห่งนี้เป็นที่ ประดิษฐานเจดีย์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ และยังเป็นอารามหลวงเก่าแก่ของคนเชียงใหม่อีกด้วย ตั้วอยู่ใจกลางเมื่อ ที่ตั้ง ถนนพระปกเกล้า ที่วัดแห่งนี้ มีบริเวณกว้างขวางมาก และที่สำคัญ ณ วัดแห่งนี้ เป็นที่ สักการะ และเป็นที่ ศรัทธา ของชาวเชียงใหม่มากๆ และได้ตั้งเป็นที่ตั้งศาลหลักเมืองของเชียงใหม่อีกด้วย หรือว่าเรียกกันว่า หออินทขิล ที่จะอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ ซึ่งที่นี่มีความสำคัญกับชาวเชียงใหม่เป็นอย่างมาก หรือนักท่องเที่ยวเองที่มาเที่ยวต่างชื่มชมและ ศรัทธา วัดแห่งนี้ด้วยเช่นกัน

ที่นี่วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ในส่วนหน้าวิหารนั้น จะมีบนไดนาค เลื้อยโดยใช้หางเกี่ยวตวัดขึ้นไปสู่ซุ้มประตูวิหาร ยิ่งดู ยิ่งงดงามอย่างยิ่ง โดยนาคคู่นี้นั้น เป็นฝีมือช่างเก่าแก่ ที่มีมาตั้งแต่ดั้งเดิม ไดขึ้นชื่อว่าเป็นนาค ที่สวยสด งดงามที่สุดของภาคเหนือ  ที่เป็นวักเก่าแก่ของจังหวัดเชียงใหมานั่นเอง

ถ้านับจากหน้าประตูไปจะเห็นเป็นซุ้มที่สวยงาม ที่เพิ่มปรับปรุงใหม่ รองรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย เมื่อเราเดินเข้ามาในวัด ก็จะเห็นศาลหลักเมือว ที่ตั้งอยู่ทางซ้ายมือ ข้างในศางหลักเมือง มี  เสาอินทขิล  ที่สวยงามมาก ตั้งอยู่ตรงกลาง ล้อมรอบไปด้วย ภาพเขียนฝาผนังที่งดงามอีกด้วย ตรงนี้ เพิ่งสร้างเสร็จนาน และยังดูใหม่รอยู่เลยและเพิ่งเสร็จ เพิ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปรับชมกัน เมื่อไม่นานมานี้

สาอินทขิล หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า  เสาหลักเมือง ตรงนี้สร้างขึ้นเมื่อครั้งพ่อขุนเม็งรายมหาราชสร้างเมืองเชียงใหม่ขึ้นมา ในปี  พ.ศ. 1839 ทรง ตั้งประดิษฐานอยู่ในวิหารจตุรมุขทรงไทยหลังเล็กๆ อีกด้วย เสาอินทขิลนี้ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยไม้ซุงต้นใหญ่ ที่ฝังอยู่ใต้ดิน  ในทุกปี 12 ค่ำเดือน 8 จะเป็นช่วงเดือนพฤษภาคม จะมีงาน ที่เรียกว่า “เข้าอินทขิล”  เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง หลักเมืองนั่นเอง

สำหรับใครที่มาท่องเที่ยวแห่งนี้ จะมีคำบูชา ไว้ ดังนี้

คำบูชาเสาอินทขิล

“อินทะขีลัง สิทธิชัยยะ อินทะขีลัง สิทธิชัยยะ

อินทะขีลัง มังคะลัตถิ อินทะขีลัง โสตถิมังคะลัง”

เมื่อเราเข้าไปสักการะศาลหลักเมืองแล้ว เราออกมาก็จะเป็น วิหารของวัด ทางเข้าเป็นบนนไดนาค ที่หางของนาคนั้นได้ขึ้นไปเกี่ยวกับซุ้มประตู ดูแล้ว มีความงดงามอย่างยิ่ง ก่อนเข้าวัดที่แห่งนี้ ต้องมีการตรวจเช็ค เสื้อผ้าที่สวมใส่เข้ามาด้วย ให้แต่งกายด้วยความสุภาพและเรียบร้อยเท่านั้น เพื่อเป็นการให้เกีรยติสถานที่  แต่ถ้าไม่มีชุดที่เรียบร้อยมา ทางวัดก็จะมีผ้าไว้ให้คลุมเครื่องแต่งกายเพื่อให้ออกมาเรียบร้อย มิดชิด เพราะถ้าไม่ทำตามกฎของวัดก็จะไม่สามารถเข้าไปในวัดได้เลยเมื่อเข้าไปในวัดแล้วจะมีความสูง กว้าง และมีภาพเขียนที่หาที่เปรียบได้ยาก สวยงามอย่างยิ่ง และยังตกแต่งด้วย   โคมและตุงแบบล้านนา อีกด้วย เป็นบรรยากาศของคนที่มาเที่ยวเมืองเหนือจริงๆ มีพระประธาน เป็น พระพุทธอัฏฐารส ด้านหน้า จะมีดออกไม้ ธูป และเที่ยว ให้เราบูชา รวมถึงวันเกิดประจำปีเกิดของเราด้วย หรือว่าจะซื้อแขวนเพื่เป็น สิริมงคลแก่ชีวิตของเราก็ได้เช่นเดียวกัน ที่นี่จะมีนักท่องเที่ยวไหลเวียบนเข้ามากราบไหวสักการะอยู่เรื่องมา ทั้งคนไทยและคนต่างชาติ ไม่เคยได้ขาด  ทุกคนต่างเข้ามาชมความสวยงามของวัดแห่งนี้

ถ้าหากว่า เราเดินออกมาขากวิหารแล้ว แล้วเดินเข้ามาทางด้านหลัง ก็จะเจอกับตัวหลักของเราหรือเรียกว่าพระเอกของเรา นั้นก็คือ วัดเจดีย์หลวง  คือเจดีย์ ที่เก่าแก่อย่างมากนั่นเอง ทุกคนสามารถมองเห็นถึงความสวยงามเก่าแก่ หาที่ดูได้ยาก มองแล้ว เราสามารถจินตนาการได้ว่า แต่ละเจดีย์นั้นเป็นเช่นได้ มีเอกลักษณ์ ที่ตรึงตราตรึงใจ มีความสวยงามแบบสมบูรณ์แบบ อย่างครบถ้วน ผู้คนที่ได้มาพบเห็นต่างต้องตะลึงอย่างแน่นอน เจดีย์ นั้น จะแบ่งออกเป็น 4 ด้าน และแต่ละด้าน จะมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่  รอบๆ ฐานยังมีเจดีย์ช้างเผือกอีกด้วย และพบกับพยานาคที่ทางบันไดขึ้นอีกของแต่ละด้าน ซึ่งถูกกาลเวลา ทำให้กัดกร่อนออกไปมากแล้ว แต่ทว่า ก็ยังเหลือความสวยงามไว้ให้เราได้ชมอยู่ โดยวัดนี้ก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว เมื่อเรามองแล้วก็ยังโบราณอยู่ นั่นเอง

ในส่วนของด้านหลังของเจดีย์หลวงเป็น นั้น จะเป็นแบบจำลองของพระธาตุประจำปีเกิดต่างๆ  ที่คนที่นี่มีความเชื่อกันว่า พระธาตุแห่งนี้ จะเป็นประจำวันเกิด เช่น ถ้าคนเกิดปี ขาล ก็ต้องไปไหว้พระธาตุช่อแฮ ที่จังหวัด แพร่  แต่ที่นี่ก็มของทุกปี ทุกคนที่อยู่นี่ไม่ต้องออกไปไหนไกลเลย สามารถ ไหว้พระกันที่นี่ก็ได้ ไม่ต้องไปไหล บางคนมากันทั้งครอบครัวเลย  นอกจากนี้แล้ว ยังมีศาลาธรรมและ ศาลาวัดพระนอน ให้เราได้กราบไหว้บูชาอีกด้วย

นอกจากนี้ ในวัดยังมี พระเจ้าทันใจ หรืเทพทันใจ ให้เราได้กราบไหว้อีกด้วย ที่นี่มีความศักด์สิทธิ์อย่างมา ใครที่ได้มาขอพร แล้ว ส่วนใหญ่ก็สมพรดังปรารถนา  มาแล้วอธิษฐานด้วยจิตตั้งมั้น จนเป็นที่เรื่องรือกันออกไป ใครอยากสมหวัง ใครอยากสมปรารถนา ต่างก็มาที่นี่ทั้งนั้น  ดังนั้น ที่จะเป็นที่เลื่องลือสุดก็จะเป็น พระเจ้าทันใจ ที่ตั้งอยู่พระธาตุดอยคำ ใครมาต่างขอให้ตัวเองถูกหวย หรือว่าประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานทั้งสิ้น บ้างก็มาขอเรื่องความรัก บ้างก็มาขอเรื่อให้หายเจ็บไข้ได้ป่วย  นอกจากวัดจะมีพระเจ้าทันใจ หรือว่ามี เจดีย์ให้เรากราบไหว้บูชาแล้ว โดยบริเวณรอบๆก็ยังมี สิ่งที่น่าสนใจรอทุกท่านเข้ามาเยี่ยมเยือนอยู่ไม่น้องทั้ง วิหารบูรพาจารย์  ของอาจารย์ มั่นศาลารายประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ และยังมีหอ  พิพิธภัณฑ์ อีกด้วย ใครที่มาเที่ยวเชียงใหม่ ไม่ควรพลาดที่นี่อย่างเด็ดขาด ถ้ามาแล้ว จะถือว่ามาไม่ถึงเชียงใหม่นะคะ

 

สำหรับใครที่สนใจจะมาเที่ยวแห่งนี้ ที่ตั้ง : 103 ถ. พระปกเกล้า ต. พระสิงห์ อ.เมือง จ. เชียงใหม่  ที่นี่เปิดบริการทุกวันสามารถเข้ามาเยี่ยมชมได้ทุกวัน อย่าลืมว่าเรามาเที่ยววัด แต่งกายให้สุภาพและเรียบร้อยด้วยนะคะ

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *